หน้าแรก     สินค้า     เว็บบอร์ด     เกี่ยวกับเรา     บทความ     วิธีการชําระเงิน     ติดต่อเรา  
เข้าสู่ระบบ!!    ภาษาไทย | English
ค้นหา:
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 22/04/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 30/05/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 76


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (76)
 กระบวนการทำงานของบริษัท
 ชุดเครื่องเทศพร้อมปรุงอบแห้ง ตรา Thank Thai
 Dried Herbs,Vegetables and Spices
 ชาสมุนไพร
 ผลไม้อบแห้ง
 สมุนไพรแคปซูล ตรา จุฬามณี



กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
สมุนไพร
.facebook.com/profile.
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
ชมรมกัลยาณธรรม
ทำดี
ผู้จัดการออนไลน์
คนดีดอทคอม
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
เนชั่นแชนแนล
กะปุก
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มูลนิธิวิปัสสนาเชียงใหม่
เรือนธรรม
ชีดีธรรมะ
พระไทย.เน็ต
สวดมนต์.คอม
ศูนย์พิทักษืพระพุทธศาสนา
พุทธทาส.คอม
วัดร่ำเปิง ตโปทาราม
วัดมหาธาตุ คณะ 5
วิธีเจริญวิปัสสนาสติปัฏฐาน4



กดปุ่ม Youtube เพื่อเข้าสู่ ช่องหลักของบริษัท

กดปุ่ม Facebook เพื่อเข้าสู่เพจหลักของบริษัท
บทความ
สะเก็ดเงิน (อ่าน 8407/ตอบ 0)
โรคสะเก็ดเงินเกิดจากการแบ่งตัวที่เร็วผิดปกติของเซลล์ผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ การรักษาโดยแสง UVB โรคนี้ต้องรักษาต่อเนื่อง และปฏิบัติตนดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการกำเริบของโรคค่ะ
ข้อควรระวัง
- การติดเชื้อทางผิวหนัง แทรกซ้อน เช่น เชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนอง อักเสบ
- การขูดข่วน ทำให้เป็นแผลที่ผิวหนัง
- ยาบางชนิด เช่น Steroids ,Chloroquine (ยารักษาโรคมาลาเรีย) อาจทำให้โรคเป็นมากขึ้น
- การแพ้ยาต่างๆ
- แสงแดด
- ความเครียด
แนวทางการรักษา
- ยาทา เช่น tars , anthralin,steroids ,vitaminD3 ,retinoids
- การรักษาโดยอาบแสงอุลตราไวโอเลต B จะทำให้ผื่นราบลง และทำให้สีผิวคล้ำขึ้น สีผิวจะสม่ำเสมอมากขึ้นคล้าน suntan ค่ะ
- ยารับประทาน ยารับประทานสำหรับโรคนี้จะมีหลายชนิด เช่น methotrexate, retinoid แต่ยาเหล่านี้จะมีผลข้างเคียงทำให้ตับเสื่อม ไขมันสูง ไม่ควรซื้อรับประทานเอง สำหรับยารับประทานแม้จะทำให้ผื่นดีขึ้น แต่จะไม่ผลต่อสีผิวที่ผื่นหายแล้วค่ะ โรคนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนัง อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะการรักษา อาจมีการหมุนเวียนสลับกัน เพราะถ้าใช้การรักษาอย่างเดิม อาจเกิดการดื้อยา หรือเกิดผลข้างเคียงจากยาค่ะ และไม่มีใครทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของโรคสะเก็ดเงินแต่เชื่อว่าเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองหรือบางทีอาจเป็นโรคทางพันธุกรรม มักๆเป็นๆหาย อาจหายไปเป็นเดือนหรือเป็นปี และอาจกลับเป็นใหม่ได้เมื่อถูกกระตุ้นโดยแสงแดดอย่างแรง แพ้ยา ได้รับบาดเจ็บหรือความเครียดค่ะ
ขอแนะนำดังนี้นะคะ
1. โรคนี้เป็นโรคที่เป็นๆหายๆเรื้อรัง โดนมีบางช่วงที่อาจหายดีเหมือนปกติ แต่สักพักหนึ่งก็กลับกำเริบขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคว่ามเครียดทางร่างกายหรือจิตใจ ดังนั้นจึงควรรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้านโรคผิวหนังอย่างต่อเนื่อง อย่าเปลี่ยนหมอ หรือเปลี่ยนโรงพยาบาลบ่อยค่ะ
2.โรคนี้แม้จะเป็นเรื้อรัง แต่มักจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง แม้จะมีรอยโรคแลดูน่าเกลียด แต่ก็ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างใกล้ชิดได้ค่ะ
3.ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการรุนแรงแตกต่างกันไป บางรายอาจมีผื่นขึ้นเฉพาะที่ ไม่ลุกลามออกไป แต่บางรายอาจทวีความรุนแรงไปเรื่อย โดยทั่วไปถ้าเริ่มอาการครั้งแรกตอนอายุน้อย ก็มีโอกาสเกิดความรุนแรงมากขึ้นค่ะ
4.เพื่อป้องกันมิให้โรคกำเริบ ผู้ป่วยควรปฎิบัติดังนี้ค่ะ
*นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดนอน หรือตรากตำทำงานหนัก
*อย่าเครียด โดยการออกกำลังกาย ทำสมาธิ ทำงานอดิเรก
*หลีกเลี่ยงการขีดข่วนถูกผิวหนัง
*ควรให้ผิวหนังถูกแดด แต่ไม่ควรถูกนานเกินไปค่ะ
และจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เชื่อว่าเป็นโรคที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ ร้อยละ 30 ของผู้ป่วย

หากเป็นแล้วก็อย่าไปเครียดค่ะเพราะความเครียดอาจทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้นค่ะ
การรักษา
การรักษาโรคสะเก็ดเงินมีหลายวิธี โดยทั่วไปขึ้นกับว่ามีผื่นมาก-น้อยขนาดไหน ถ้าเป็นผื่นเฉพาะที่แพทย์มักเลือกใช้ยาทา อาทิ
- สเตียรอยด์
- ยากลุ่มน้ำมันดิน เช่น CRUDE COAL TAR และ LIQUOR CARBONIS DETERGENS (LCD)
- แอนธราลิน (anthralin)
- แคลซิโปไทรออล (calcipotriol, Daivonex)
- ทาโครลิมัส (tacrolimus, Protopic) และพิเมโครลิมัส (pimecrolimus, Elidel)
- ซาลิซิลิค (salicylic)

ในกรณีที่มีผื่นมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยารับประทาน เช่น
- เมทโธเทร็กเซท (methotrexate)
- ไซโครสปอริน (cyclosporin, Neoral)
- ยากลุ่มวิตามิน เอ เช่น อะซิเทรติน (acitretin, Neo-Tigason)

หรือการฉายรังสียูวี รวม ทั้งยาใหม่ๆ ซึ่งเป็นยาฉีด อาทิ อีทาเนอร์เซพท์ (Etanercept,

Enbrel) อะเลฟาเซพท์ (alefacept, Amevive) อีฟาลิซูแมบ (efalizumab, Raptiva) อินฟลิกซิแมบ(infliximab, Remecaid)

ในปัจจุบันถึงแม้เราจะมียาใหม่ๆ ราคาแพงๆ เช่น ยาฉีดที่กล่าวกันแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มี

วิธีใดรักษาสะเก็ดเงินให้หายขาดได้ ผื่นอาจจะเกลี้ยง หรือ “สงบ” อยู่ระยะหนึ่งแต่ก็มักกลับเป็นอีก ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรได้รับการดูแลโดยแพทย์ผิวหนัง เพื่อเลือกใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย

เมทโทรเทรกเสท (MTX)
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อพบได้มากกว่าร้อยละสองของประชากรในสหรัฐและทั่วโลก ลักษณะที่พบบ่อยที่สุดคือโรคสะเก็ดเงินแบบผื่นนูนซึ่งมีลักษณะเป็นผื่นนูนหนาสีแดงปกคลุมด้วยซากของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วสะเก็ดสีขาวเงิน สาเหตุที่แท้จริงของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด จุดมุ่งหมายของการรักษาโรคสะเก็ดเงินคือการลดการแบ่งตัวที่มากเกินไปของเซลผิวหนัง โดยทั่วไปเราสามารถใช้ยาทาภายนอกรักษาเฉพาะที่ได้ แต่ถ้าโรคมีพื้นที่มากหรือควบคุมไม่ได้ด้วยยาทา การรักษาด้วยยารับประทานอาจมีความจำเป็น
ปัญหาของโรคนี้อยู่ในความไม่สวยงาม ความวิตกกังวลกลัวเป็นที่รังเกียจของสังคมทั้งๆ ที่เป็นโรคที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุภาพและไม่เป็นโรคติดต่อ
เมทโทรเทรกเสทคืออะไร
เมทโทรเทรกเสทคือยาที่ใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงินแบบลุกลามหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาทาภายนอก เมทโทรเทรกเสทถูกเริ่มใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแต่ภายหลังพบว่าสามารถใช้ควบคุมอาการของโรคสะเก็ดเงินได้โดยส่วนใหญ่แล้วเมทโทรเทรกเสทจะถูกเก็บไว้ใช้รักษาผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่เป็นรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบปกติที่ใช้ยาเฉพาะที่หรือการรักษาด้วยแสงอัลตราไวโอเล็ต(UVA หรือ UVB)

เมทโทรเทรกเสทถูกใช้ในสะเก็ดเงินชนิดผิวแดงซึ่งเป็นแบบที่มีลักษณะค่อนข้างอักเสบและบริเวณกว้าง

ลักษณะผิวที่แดงและลอกมักจะก่อให้เกิดอาการคันและเจ็บปวดแก่ผู้ป่วยเป็นอันมาก

เมทโทรเทรกเสทยังใช้ในสะเก็ดเงินแบบมีตุ่มหนองปลอดเชื้อแบบเฉียบพลันขนาดเล็ก ๆ ตามร่างกายซึ่งอาจพบเฉพาะที่เช่นตามมือและเท้าหรือพบกระจายทั่วตัวได้

เมทโทรเทรกเสทสามารถใช้รักษาภาวะข้ออักเสบจากสะเก็ดเงินได้ซึ่งลักษณะของโรคนี้จะคล้ายกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เมทโทรเทรกเสทมีผลอย่างมากในการช่วยลดอาการปวดข้อจากภาวะข้ออักเสบจากสะเก็ดเงินและในผู้ป่วยบางรายยังสามารถหยุดยั้งการถูกทำลายของข้อได้อีกด้วย
ข้อจำกัดการใช้
สภาวะบางอย่างของผู้ป่วยอาจทำให้ไม่สามารถใช้เมทโทรเทรกเสทได้
การตั้งครรภ์ ชายหรือหญิงที่ต้องการมีบุตรควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในช่วงการรักษาด้วยเมทโทรเทรกเสทและหลังการรักษา 12 อาทิตย์เป็นอย่างน้อย
ผู้มีความผิดปกติของเลือด มีแผลในกระเพาะอาหาร โลหิตจางรุนแรง ภาวะตับแข็ง ภาวะตับอักเสบจากยา หรือไวรัสบี, ซี มีความผิดปกติอย่างชัดเจนของตับหรือไต ภาวะติดเชื้อ ผู้ที่ดื่มสุราจัด ผู้ที่ไม่สามารถทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างถูกต้องได้
จะใช้เมทโทรเทรกเสทอย่างไร
เมทโทรเทรกเสทสามารถใช้ได้ทั้งแบบรับประทานและแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือใต้ผิวหนัง แต่มักนิยมใช้ในแบบรับประทานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ 3 ครั้งห่างกัน 12 ชม. มากกว่า แพทย์จะค่อยๆปรับขนาดยาอย่างช้าๆ เพื่อให้ได้ขนาดยาที่ต่ำที่สุดที่สามารถควบคุมโรคได้และมีผลข้างเคียงต่ำที่สุด และจะไม่เพิ่มขนาดยาถ้ายังมีรอยโรคที่ไม่ตอบสนองอยู่เพียงเล็กน้อยแต่อาจใช้การรักษาอื่น ๆ เข้าร่วมด้วยเช่นการใช้ยาเฉพาะที่ สเตียรอยด์, ไวตามินดี, แอนทราลีน หรือการฉายแสงอัลทราไวโอเล็ต เพื่อขจัดรอยโรคที่หลงเหลืออยู่

แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับ, ไต และเม็ดเลือด เพื่อเป็นหลักประกันว่ายาสามารถถูกขับออกได้อย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลข้างเคียงต่อตับและไขกระดูก

ถ้ามีการรักษาระยะยาวด้วยเมทโทรเทรกเสทอาจจำเป็นต้องการเจาะเนื้อตับด้วยเข็ม เพื่อนำมาตรวจดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากยา การตรวจตับด้วยวิธีนี้อาจทำในช่วงระหว่างและหลังการรักษา แพทย์สามารถที่จะเลื่อนการเจาะตับไปทำภายหลังการรักษาได้หลายเดือนเพื่อหลีกเลี่ยงการเจาะตับที่ไม่จำเป็น เพราะผู้ป่วยอาจมีความจำเป็นต้องหยุดให้เมทโทรเทรกเสท ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น ไม่ตอบสนองต่อยา, ทนผลข้างเคียงไม่ได้ หรือมีการตอบสนองอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาเพียงสองเดือนหลังเริ่มการรักษาทำให้ไม่ต้องใช้ยาเป็นเวลานาน

เมทโทรเทรกเสทให้ผลเร็วแค่ไหน
ในผู้ป่วยสะเก็ดเงินส่วนใหญ่การรักษาจะเริ่มเห็นผลในสัปดาห์ที่สี่ถึงหก และรอยโรคจะหายไปในระยะเวลาประมาณสองถึงสามเดือนภายหลังเริ่มรักษา

ในผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่มีข้ออักเสบต้องอาศัยเวลาในการรักษาประมาณหกเดือน เมทโทรเทรกเสทจะช่วยลดการอักเสบ และอาการปวดข้อ ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวให้คล่องตัวขึ้น

จะใช้เมทโทรเทรกเสทได้นานแค่ไหน
เมื่อรักษาจนรอยโรคหายไปเราสามารถหยุดยาได้จนกว่าจะมีการเป็นซ้ำแต่ในบางคนก็ต้องการยาขนาดต่ำๆเพื่อควบคุมโรคอยู่

การรักษาด้วยเมทโทรเทรกเสทอาจสลับใช้กับการรักษาอื่น ๆ เช่น (PUVA) (การฉายแสงอัลตราไวโอเล็ตเอ ร่วมกับยาซอลาเร็น) หรือการใช้ยาอื่นๆเช่น อาซิเทรทิน (Acitretin), ไซโคสปอริน (Ciclosporin A) เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงและให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

เมทโทรเทรกเสทสามารถใช้ร่วมกับทั้งอาซิเทรทิน , ไซโคสปอริน ได้ในกรณีที่โรคไม่ตอบสนองต่อการรักษาเช่นในสะเก็ดเงินแบบตุ่มหนองกระจายทั่วตัว

แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาในการเลือกการรักษาโดยดูจากหลายๆปัจจัยเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีแก่ผู้ป่วย

ผลข้างเคียงของเมทโทรเทรกเสท
ในผู้ป่วยบางคนอาจไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียงมากมายนัก แต่เมทโทรเทรกเสทก็ให้ผลข้างเคียงได้ในระดับที่ต่าง ๆ กัน ซึ่งมักไม่เป็นปัญหามากในการรักษาสะเก็ดเงินเนื่องจากปริมาณยาที่ใช้ต่ำกว่าการรักษามะเร็งมาก

เมทโทรเทรกเสทมีผลข้างเคียงทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่สามารถควบคุมได้โดยการติดตามการรักษาของแพทย์อย่างระมัดระวังและการให้ความรู้แก่ผู้รับการรักษาอย่างเพียงพอ

ผลข้างเคียงระยะสั้น
ผลข้างเคียงระยะสั้นที่อาจพบได้ คลื่นไส้อาเจียน เม็ดเลือดขาวลดลงอาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อได้ง่าย
เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย โลหิตจาง นอนไม่หลับ ผลข้างเคียงที่พบน้อย และควรมาพบแพทย์
ภาวะไวต่อแสง (เกรียมแดดได้ง่าย) ปวดท้อง ถ่ายเหลว ผื่นหรือแผลตามผิวหนัง อาจมีเลือดปนในอุจจาระ
ปวดศรีษะ อาเจียน เวียนศรีษะ ไข้ หนาวสั่น มีแผลในปาก เป็นจ้ำเลือดได้ง่ายเลือดออกง่าย
การแก้ไขภาวะคลื่นไส้
การดื่มนมหรือรับประทานอาหารก่อนที่จะรับประทานยา จะลดอาการคลื่นไส้แต่อาการคลื่นไส้อย่างรุนแรงอาจหมายถึง การได้รับยามากเกินไปเช่นเดียวกับการเกิดแผลในปากก็อาจแสดงถึงภาวะได้ยามากเกินไป
ปัจจุบันการศึกษาใหม่ ๆ พบว่าการให้กรดโฟลิกในขนาด 1 – 5 มก. ต่อวันจะช่วยลดอาการคลื่นใส้จากเมทโทรเทรกเสทโดยไม่ลดประสิทธิภาพของยาลงไป
การแก้ไขภาวะไวต่อแสง
เมทโทรเทรกเสท อาจเพิ่มความไวของผิวหนังต่อแสงแดดหรือแสงอัลตราไวโอเล็ต ซึ่งจะเกิดได้เมื่อไปสัมผัสแสงอัลตราไวโอเล็ตหลังได้ยาประมาณสองสามวัน
ผลข้างเคียงระยะยาว
ผลข้างเคียงระยะยาวมักเกิดกับตับ มีผู้ป่วยจำนวนไม่มากนักประมาณ 1 ใน 200 คน ที่เกิดภาวะแผลเป็นที่ตับแบบกลับคืนได้หลังจากได้ยาสะสมถึง 1.5 กรัม ภาวะเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นถ้าผู้ป่วยได้ยาสะสมเกิน 1.5 กรัม (1 กรัมเท่ากับ 1000 มก. เท่ากับยารับประทาน 400 เม็ด) หรือมีภาวะเสี่ยงต่อไปนี้

ดื่มสุรา เคยได้รับสารหนู การทำงานของไตผิดปกติ เป็นเบาหวาน มีประวัติว่าเป็นโรคตับมาก่อน
จากการศึกษาทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าโอกาสของการเกิดตับแข็งจะพบน้อยถ้าปริมาณยาสะสมไม่เกิน 1.5 กรัม และการศึกษายังยืนยันว่าการทำลายของตับสามารถกลับคืนมาได้เมื่อหยุดยา

ภาวะเสี่ยงต่อการทำลายตับขึ้นกับปริมาณยาที่สะสม ช่วงการรักษาและช่วงเว้นการรักษา อาจกินเวลาแค่ไม่กี่ปีหรือสิบยี่สิบปีในการสะสมขนาดยาที่เป็นพิษต่อตับ การทำการเจาะตรวจเนื้อตับยังเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ในการดูการทำลายของเนื้อตับ ถ้าพบว่ามีภาวะตับแข็งเกิดขึ้นอย่างชัดเจนการให้เมทโทรเทรกเสทจะถูกหยุดทันที การทำลายตับจะค่อยๆกลับคืนมาเองซึ่งระยะเวลาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการถูกทำลาย

ภาวะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์และการมีบุตร
เมทโทรเทรกเสท สามารถทำให้เกิดความผิดปกติของเด็กได้ถ้าได้รับในช่วงของการตั้งครรภ์ทั้งชายและหญิง ดังนั้นจึงควรหยุดยาอย่างน้อย 12 อาทิตย์ก่อนที่จะมีบุตร

เมทโทรเทรกเสท มีผลน้อยมากหรือไม่มีผลเลยต่อการตั้งครรภ์ภายหลังจากหยุดยา นอกจากนี้การศึกษาในผู้หญิงหลายร้อยคนซึ่งเคยได้รับเมทโทรเทรกเสทปริมาณสูงเพื่อรักษามะเร็งมดลูก พบว่าสามารถที่จะคลอดเด็กปกติได้หลังจากนั้น เมทโทรเทรกเสทไม่ก่อให้เกิดผลเสียแก่ทั้งชายและหญิงที่ได้รับในระยะยาวต่อโอกาสในการที่จะมีบุตรปกติ อย่างไรก็ตามอาจทำให้ปริมาณตัวอสุจิลดลงได้ชั่วคราวในผู้ชายได้
มีรายงานบางฉบับรายงานว่าผู้ชายที่มีบุตรระหว่างได้รับยาเมทโทรเทรกเสทมีบุตรที่ปกติ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย
บอกประวัติการใช้ยาทั้งหมดของคุณแก่แพทย์ผู้ทำการรักษารวมไปถึงยาที่ซื้อเองตามร้านด้วย
ไม่เพิ่มขนาดยาเมทโทรเทรกเสทเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
ปรึกษาแพทย์เมื่อพบว่ามีผลข้างเคียง
หลีกเลี่ยงการมีบุตรขณะได้รับยาและหลังหยุดยาอย่างน้อย 12 อาทิตย์ และแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีถ้าพบว่ามีการตั้งครรภ์s ระมัดระวังการโดนแสงอาทิตย์หรือแสงอัลตราไวโอเล็ต เลี่ยงการดื่มสุรา
ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
รังสีอัลตราไวโอเล็ตบี
รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีคืออะไร
ในธรรมชาติแสงอาทิตย์มีรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต และทำให้ผิวหนังเกิดภาวะไหม้เกรียมได้ และผื่นสะเก็ดเงินดีขึ้น ห้องฉายแสงเพื่อการรักษาโรคสะเก็ดเงินจะให้รังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ภายใต้การควบคุมของแพทย์ซึ่งอุปกรณ์กำเนิดรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีมีผลในการควบคุมอาการของโรคสะเก็ดเงิน

ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี
การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีสามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และจะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติอย่างน้อยสองในสามข้อดังนี้

ผื่นไม่หนามาก (สะเก็ดบาง) โรคมีความรุนแรงปานกลางถึงมาก โรคตอบสนองต่อแสงอาทิตย์
การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีถูกนำมาใช้ในกรณีที่การรักษาด้วยยาเฉพาะที่ไม่ได้ผล อาจใช้เดี่ยวๆหรือร่วมกับการรักษาเฉพาะที่เช่นยาทาคอติโคสเตียรอยด์ แอนทราลีนหรือ โคล ทาร์ หรืออาจร่วมกับยารับประทานเช่น เรตินอยด์ (Neotigason) หรือ Methotrexate

การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีเป็นการรักษาแบบมาตรฐานสำหรับโรคสะเก็ดเงินที่มีความรุนแรงปานกลางถึงมาก มีรอยโรคตั้งแต่ 2-100% ของพื้นที่ผิวบนร่างกาย (ใช้พื้นที่หนึ่งฝ่ามือเป็น 1%)

รังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ต้องการระยะเวลาที่เหมาะสมในการรักษา
ดังนั้นผู้ป่วยจะได้รับผลดีในการรักษาถ้ามาตามนัดและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับการรักษาอื่นๆที่ต้องอาศัยเวลาและความเอาใจใส่

รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีถูกนำมาใช้อย่างไร
ผู้ป่วยจะยืนอยู่ในตู้ฉายแสงที่รายรอบไปด้วยหลอดกำเนิดรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี หรือเป็นอุปกรณ์ฉายแสงเฉพาะที่เช่นบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาประมาณสองสามครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งกินเวลาประมาณยี่สิบถึงสามสิบครั้งของการรักษาจึงจะทำให้รอยโรคหายไปได้ ผู้ป่วยจะต้องถอดเสื้อผ้าเพื่อเปิดบริเวณรอยโรคให้ถูกแสง ยกเว้นควรป้องกันบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายด้วยเสื้อผ้าหรือกระดาษหรือกางเกงใน แต่ถ้ารอยโรคพบบริเวณอวัยวะเพศชายการฉายรังสีเป็นระยะสั้นๆ สามารถทำได้บ้างถ้าจำเป็น แต่เพื่อความปลอดภัยควรเปลื่ยนไปใช้วิธีการรักษาอื่นๆ สำหรับอวัยวะเพศหญิงไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ

การป้องกันดวงตา
แว่นชนิดพิเศษที่แนบสนิทกับบริเวณตาสามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีได้ดีเยี่ยม ซึ่งแว่นกันแดดธรรมดาอาจมีรังสีเล็ดรอดเข้าไปได้

การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีมีลักษณะอย่างไร
การรักษาครั้งแรกใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที ขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของแต่ละบุคคลและความเข้มของแสงที่ฉาย ผู้ที่มีผิวขาวกว่าจะมีความไวต่อรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี และจะเรื่มรักษาด้วยขนาดที่ต่ำกว่าคนที่มีผิวสีเข้ม

โดยปกติแล้วเวลาของการรักษาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะเริ่มมีการหายไปของรอยโรค ยกเว้นเกิดอาการคันหรือแสบที่ผิวหนังจะงดการเพิ่มปริมาณแสง ดังนั้นการรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีจะถูกปรับตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีไม่ใช่ศาตร์ที่ตายตัวดังนั้นการรักษาในแต่ละบุคคลจึงไม่อาจทำนายผลได้อย่างชัดเจน

ตารางที่ 1
ลักษณะของผิว
แบ่งตามองค์การอาหารและยา และสถาบันโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาได้แบ่งเป็นหกกลุ่มดังนี้

ประเภทที่ 1 เกรียมแดดได้ง่ายมากไม่มีการเปลื่ยนแปลงสีผิว มีความไวต่อแสงแดดเป็นอย่างมาก ผิวละเอียด (พบในกลุ่มคนที่ผมสีแดง มีกระที่ผิว เช่น ชาว เซลติก ชาวไอริช- สก็อต)
ประเภทที่ 2 เกรียมแดดได้ง่าย ผิวคล้ำลงได้เล็กน้อย ไวต่อแสงแดดมาก (พวกตาสีฟ้า ชนชาติคอเคซอยด์)
ประเภทที่ 3 เกรียมแดดบางครั้ง ผิวค่อยๆคล้ำช้าๆ เป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ผิวไวต่อแดด ผิวละเอียดปานกลาง
ประเภทที่ 4 เกรียมแดดน้อย ผิวคล้ำลงเป็นสีน้ำตาลเข้มปานกลาง ไวต่อแสงแดดเล็กน้อย (พบในชาวยุโรบแถบเมดิ เนียน)
ประเภทที่ 5 ไม่ค่อยพบว่าเกรียมแดด ผิวคล้ำลงได้มาก ไวแสงน้อย (พบในชาวตะวันออกกลาง พวกฮีสแพนนิกบางกลุ่มและชนผิวดำบางกลุ่ม)
ประเภทที่ 6 ไม่มีการเกรียมแดดเลย ผิวมีเม็ดสีมาก ไม่ไวต่อแสงแดด (พบในชนผิวดำเป็นส่วนใหญ่)

สำหรับคนไทย จัดอยู่ในกลุ่มที่ 3 และ 4

การรักษาอาจใช้ร่วมกับการรักษาด้วยยาเฉพาะที่ เช่น แอนทราลีน และอนุพันธุ์ของไวตามินดี3 และไวตามินเอ ซึ่งมีผลการศึกษาว่าให้ผลดีในการรักษาร่วมกับรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีและการใช้รังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ร่วมกับคอติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทานหรือเมตโทรเทกเสท และเรตินอยด์ สามารถเพิ่มการตอบสนองต่อการรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีได้

แพทย์หลายท่านใช้สเตียรอยด์ชนิดทาร่วมกับการฉายรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี แต่มีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่อาจให้ผลในการลดระยะเวลาในการักษาลง ควรขอคำปรึกษากับแพทย์ประจำตัวของท่านก่อนเกี่ยวกับการใช้การร่วมรักษากับวิธีอื่นๆ ที่เหมาะสมกับโรคสะเก็ดเงินที่เป็นอยู่ แพทย์จะให้คุณปฏิบัติก่อนเข้ารับการรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ให้รายละเอียดเกี่ยวกับยาที่ใช้เฉพาะที่หรือรับประทาน แช่ตัวในน้ำอุ่นประมาณ 30 นาทีเพื่อให้สะเก็ดตามตัวหลุดออก

ป้องกันบริเวณที่ไม่เป็นโรคด้วยสารกันแดด
ปกปิดบริเวณที่ไม่เป็นโรคด้วยกระดาษ ผ้าหรือใช้สารกันแดดเพื่อป้องกันการได้รับรังสีในบริเวณที่ไม่ต้องการทาผิวด้วย tar ในคืนก่อนเข้ารับการรักษา และล้างออกในตอนเช้าก่อนเข้ารับการฉายแสง

ในการศึกษาบางกลุ่มให้ข้อแนะนำว่า การทาผิวด้วยน้ำมัน แร่หรือวาสลีน ให้ผลพอๆ กับแอนทราลีน หรือ ทาร์ ในการรักษาร่วมกันกับการฉายด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ทาผิวด้วยน้ำมันหรือวาสลีนบางๆ ก่อนฉายแสงจะช่วยให้แสงผ่านผิวได้ดีขึ้น การทายาบางอย่างก่อนฉายแสงอาจชลอประสิทธิภาพของรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีลงโดยเฉพาะ ทาร์ กรดซาลิซาลิก หรือครีมทาผิวที่มีเนื้อข้นขาว

รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีทำงานได้ดีเพียงใด
เมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสมด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในการศึกษาหนึ่งมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีมีการหายของรอยโรคอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามการที่จะได้ผลดีที่สุดผู้ป่วยต้องไปตามนัดทุกครั้งและติดตามการรักษาอย่างเคร่งครัด

จะทำอย่างไรต่อเมื่อรอยโรคหายไป
เมื่อใดที่รอยโรคหายไปเราสามารถหยุดการฉายแสงได้ และสามารถฉายใหม่ได้เมื่อรอยโรคกลับมา บางครั้งอาจมีการฉายแสงเพื่อคงระยะเวลาหายไว้ จากการศึกษาพบว่าการฉายแสงหลังจากหายแล้วสามารถยืดระยะเวลาการหายไปได้ซึ่งจะฉายเป็นระยะห่างๆ ประมาณ 6 ครั้งต่อเดือน และสามารถยืดเวลาการหายไปได้ถึง 6 สัปดาห์บางคนอาจต้องการถึงแปดครั้งต่อเดือนแต่ก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

เมื่อรอยโรคกลับมาในแต่ละคนอาจต้องการการรักษาบ่อยขึ้นการเปลื่ยนวิธีการรักษาอื่นสลับกับการฉายแสงจะช่วยลดผลข้างเคียงจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตามผู้ที่ต้องการการฉายแสงระยะยาวอาจจะลดระยะเวลาการรักษาลงหลังจากพ้นช่วงเว้นการฉายแสง

ในการรักษาแบบคงสภาพส่วนใหญ่มักทำในสถานพยาบาลแต่เครื่องฉายรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีตามบ้านสามารถใช่ได้ในกรณรีที่ผู้ป่วยต้องการความสะดวกควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและข้อจำกัดมฃในการใช้ก่อน

ผลข้างเคียง
ระหว่างการรักษารอยโรคอาจดูแย่ลงก่นที่จะดีขึ้นผิวอาจมีอาการคัน และแดงจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีการฉายแสงอาจต้องลดปริมาณลงเพื่อลดการระคายเคืองบางครั้งการเกิดผื่นเห่อเกิดขึ้นได้แม้จะไม่ถึงขนาดที่ทำให้เกิดผิวไหม้ได้แต่ปฏิกิริยานี้จะหายไปได้ภายหลังจากกการรักาาไปได้สักระยะ

ถ้าใช้ทาร์ร่วมด้วยอาจอุดตันรูขุมขนและก่อให้เกิดตุ่มคล้ายรูขุมขนอักเสบได้ เกิดจากการทาที่ไม่ถูกวิธี

ซึ่งควรจะทาตามแนวขน ตุ่มนี้สามารถหายไปได้ถ้าหยุดใช้ทาร์

ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในวันที่ทำการฉายแสงรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีซึ่งจะก่อให้เกิดผิวไหม้แดดได้ควรป้องกันร่างกายด้วยเสื้อผ้าหรือสารกันแดด รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีไม่สามารถผ่านกระจกหน้าต่างได้

ผลข้างเคียงระยะยาว
ผลระยะยาวจากการสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีรวมไปถึงภาวะแก่ก่อนวัย และมะเร็งผิวหนัง การสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีในระยะยาวทำให้เกิดตกกระผิวเสียความยืดหยุ่นและเหี่ยวย่น อาการบางอย่างสามารถจะกลับคืนได้

ความเสี่ยงที่แน่นอนของการเกิดมะเร็งผิวหนังกับการได้รับรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ในระยะยาวยังไม่ทราบแน่ชัด รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีสามารถสร้างสารก่อมะเร็งในคนได้ แต่การศึกษาระยะยาวแสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงต่ำมากในการรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี บางการศึกษาพบว่าไม่มีความแตกต่างในความเสี่ยงของผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่รักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีกับคนปกติ แต่อย่างไรก็ควรให้การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่จะเกิดกับผิวหนัง

การประเมินความเสี่ยงโดยพึงตระหนักว่ามะเร็งผิวหนังระยะแรกๆ สามารถเอาอกได้โดยง่ายการเข้ารับการตรวจโดยแพทย์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ควรกระทำ

แพทย์ผิวหนังบางท่านแนะนำให้ใช้สารกันแดดในบริเวณที่ปกติ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่ได้รับแสงแดดบ่อยที่สุดถ้าไม่มีรอยโรคบนใบหน้าควรจะเลี่ยงการได้รับรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี แต่ถ้ารอยโรคเป็นทั่วตัวการใช้สารกันแดดอาจไม่เหมาะจะได้ประโยชน์ในกรณีที่มีรอยโรคเป็นบางแห่งหรือไม่มากนัก

อาการเตือนของมะเร็งผิวหนัง
ผิวหนังที่เจริญเติบโตทั้งขนาดและลักษณะ ความมันเงา สีเข้มขึ้น น้ำตาล ดำ หรือมีหลายสีในบริเวณเดียว

ไฝหรือปานที่มีแต่กำเนิดที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงในขนาด สี ความหนา หรือมีผิวสัมผัสและขอบเขตที่เปลี่ยนไป ตุ่มหรือบริเวณที่มีอาการเรื้อรังเช่น คัน เจ็บ เป็นสะเก็ดหรือมีแผลเลือดออก แผลเรื้อรังที่ไม่หายในสามสัปดาห์หรือหายแล้วกลับเป็นซ้ำที่เดิม ถ้าตรวจพบอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจอีกครั้ง

สูตรการรักษาของเกกเกอร์แมน
ในผู้ป่วยบางคนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อาจได้รับการรักษาแบบเร่งรัดด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี

ร่วมกับ ทาร์ การใช้โคล ทาร์เป็นประจำทุกวันและฉายแสงรังสีอัลตราไวโอเล็ตบีเป็นเวลาสามถึงสี่อาทิตย์เรียกการรักษานี้ว่า สูตรของเกกเกอร์แมนเป็นการรักษาหลักที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 1920 สำหรับสะเก็ดเงินที่รุนแรง

ในโรงพยาบาลหรือสถานรักษารายวันที่ใช้สูตรของเกกเกอร์แมนประกอบด้วยการทา crude coal tar ลงบนผิวหนังวันละ 1-2 ครั้ง และถูกเอาส่วนเกินออกก่อนที่จะฉายแสงรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ตามด้วยการอาบน้ำเพื่อขจัดขุยและทาร์ส่วนเกินออกก่อนทีจะทาด้วย fresh tar อีกครั้ง

สูตรนี้สามารถแทนด้วยการใช้สเตียรอยด์และยาละลายขุยร่วมกันได้ โดยเฉพาะในระยะแรกๆ ของการรักษา ในการดัดแปลงสูตรของเกกเกอร์แมนโดยใช้ยาทาที่มีประสิทธิภาพสูงเช่น แอนทราลีนแทน ทาร์ (เรียกว่าสูตร อินแกรม)

ระยะการหายโดยเฉลี่ยประมาณ 6-12 เดือนแต่อย่างไรระยะการหายแตกต่างกันไป ระยะเวลาการหายและความปลอดภัยในการใช้สูตรของเกกเกอร์แมนยังเป็นเหตุผลที่ทำให้สูตรนี้ใช้ไปได้อีกนาน สำหรับการรักษาสะเก็ดเงินที่รุนแรงปานกลางถึงมาก

การใช้ทาร์และ รังสีอัลตราไวโอเล็ต บี ที่มีขนาดต่ำกว่าสูตรของเกกเกอร์แมนอาจเรียกได้เป็นสูตรเกกเกอร์แมนแบบดัดแปลงได้

รักษาแบบไปกลับหรืออยู่โรงพยาบาล
บางครั้งสะเก็ดเงินก็เป็นลุกลามมากเกินกว่าที่จะรักษาได้ที่คลินิก แต่การนอนโรงพยาบาลก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น การรักษาแบบไปกลับเป็นวิธีที่อยู่ตรงกลางการรักษาแบบไปกลับผู้ป่วยควรจะมี

สามารถเดินได้โดยไม่ต้องช่วยเหลือ
ไม่มีปัญหาสุขภาพอื่นๆที่เป็นอุปสรรค์ต่อการรักษา
สามารถที่จะเข้ารับการรักษาได้ทุกวันเป็นเวลา 3-5 อาทิตย์
สามารถกลับบ้านหรือที่พักได้ในตอนเย็นและสุดสัปดาห์
เนื่องจากการรับการรักษาแบบรายวันทำได้จำกัดควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาของท่านก่อน

อย่างไรก็ตามการรักษาแบบคนไข้ในการใช้สูตรของเกกเกอร์แมนมีความจำเป็นสำหรับส่วนใหญ่นอกจากการรักษาแบบรายวันจะทำได้ บางครั้งสภาพจิตใจของผู้ป่วยก็ต้องการการดูแลเช่นเดียวกับตัวโรคการได้พักผ่อนอย่างเพียงพอและการขจัดความเครียดในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาร่วมกับวิธีของเกกเกอร์แมนในโรงพยาบาล

การรักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ต บี แถบคลื่นแคบ
การรักษาด้วยเครื่องมือชนิดนี้ก็เหมือนกับการักษาด้วยรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี ปกติดังที่กล่าวมาแล้วแตจ่สิ่งที่ต่างกันระหว่างรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี แถบคลื่นกว้างกับรังสีอัลตราไวโอเล็ตบี แถบคลื่นแคบคือแถบคลื่นแคบจะมีช่วงคลื่นที่จำเพาะกว่าที่เชื่อว่าให้ผลในการรักษาสะเก็ดเงินได้ดีกว่า

การศึกษาหลายฉบับชี้ให้เห็นว่ารังสีอัลตราไวโอเล็ตบี แบบคลื่นสั้นสามารถทำให้รอยโรคหายไปได้เร็วกว่าการใช้รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีแบบคลื่นกว้าง และได้ผลดีแม้จะฉายเพียงสามครั้งต่อสัปดาห์ในขณะที่รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีแบบคลื่นกว้างอาจต้องฉายบ่อยกว่านั้น

การใช้รังสีอัลตราไวโอเล็ตบีแบบคลื่นแคบอาจเป็นทางเลือกแทนการใช้รังสีอัลตราไวโอเล็ตเอร่วมกับการทายา โซลาเร็น แต่อาจให้ผลได่ไม่ดีเท่า แต่เป็นการรักษาที่ผู้ป่วยสามารถรับได้ง่ายกว่าและปลอดภัยกว่าในระยะยาว

รังสีอัลตราไวโอเล็ต บี แบบแถบคลื่นแคบใช้อย่างกว้างขวางในประเทศแถบยุโรป แต่ยังไม่แพร่หลายในสหรัฐ การใช้ยังต้องศึกษาถึงประสิทธิภาพความปลอดภัย และราคาของอุปกรณ์อีกต่อไป

แหล่งที่มาwww.bangkokhealth.com

จาก BangkokHealth เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 49
สินค้า/บริการ แนะนํา
ใบกะเพราอบแห้ง Dried Thai Holybasil  แบบแพ็ค 10 กรัม
ราคา 55.00 บ.
ปัญจขันธ์(เจียวกู่หลาน) ชนิดแคปซูล Jiaogulan
ปกติ 500.00 บ.
พิเศษ 390.00 บ.
ผิวมะกรูดอบแห้งแบบแพ็ค 30 กรัม (Dried kaffir lime skin,bergamot skin)
ราคา 55.00 บ.
ผงกะหรี่แบบแพ็ค 50 กรัม
ราคา 65.00 บ.
ชามุนไพรขิงแบบแพ็ก 25 กรัม
ราคา 65.00 บ.
ใบโหระพาอบแห้ง (Dried Sweet Basil) แบบแพ็ค 10 กรัม
ราคา 55.00 บ.
น้ำพริกหนุ่มคืนรูป
ราคา 65.00 บ.
ชุดเครื่องต้มข่า  ( Tom Kha Set)
ราคา 65.00 บ.
ชุดเครื่องต้มยำ  ( Tom Yum soup )
ราคา 65.00 บ.
 
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001-. TARAD.com. All Rights Reserved.
//