ค้นหา:
   เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก    Mobile   PDA     รถเข็น   
ภาษาไทย | English
    หน้าแรก       สินค้า       เว็บบอร์ด       เกี่ยวกับเรา       บทความ       วิธีการชําระเงิน       ติดต่อเรา  
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 22/04/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 13/03/2555
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 39

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (39)
ผักอบแห้งทดแทนผักสด
ชุดเครื่องต้มยำ
เครื่องปรุงอาหารไทย
ชุดพร้อมปรุงอาหารไทย
เครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงกำลัง
ข่าวสารธรรม จากวัดหนองบัวเมืองพระนิพพาน
สมุนไพร
ชาสมุนไพร
น้ำมันหอมระเหย บริสุทธิ์
พืชผักอบแห้ง

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



เว็บลิงค์
ธรรมะไทย
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
ทำดี
ชมรมกัลยาณธรรม
สังคมธรรมะออนไลน์
ประตูสู่ธรรม
ธรรมจักร
ผู้จัดการออนไลน์
คนดีดอทคอม
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
เนชั่นแชนแนล
กะปุก
มติชน
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มูลนิธิวิปัสสนาเชียงใหม่
เรือนธรรม
ชีดีธรรมะ
พระไทย.เน็ต
วัดอุโมงค์ พุทธธรรม
สวดมนต์.คอม
ศูนย์พิทักษืพระพุทธศาสนา
หลวงพ่อธี
สำนักปฏิบัติธรรมอาทิจจวํโส
บ้านธัมมะ
พุทธทาส.คอม
vimokkhadhamma
วัดพระธาตุศรีจอมทอง
วัดร่ำเปิง ตโปทาราม
วัดมหาธาตุ คณะ 5
วัดหนองบัว เมืองพระนิพพาน
วิธีเจริญวิปัสสนาสติปัฏฐาน4
สมุนไพร



                                       ทางวัดหนองบัว(เมืองนิพพาน) ได้มีการเตรียมการเพื่อที่จะสร้างพระอุโบสถ ไม้สักทอง หลังแรก ของแม่แตง เพื่ออนุรักษ์และสร้างพระอุโบสถแบบล้านนาไทยไว้ให้ลูกหลานได้ดู ศึกษางานศิลปะล้านนา

        จึงบอกบุญมายังญาติโยมที่สนใจ จะร่วมเป็นเจ้าภาพ หรือ ศรัทธา

                     ในการสร้างพระอุโบสถหลังนี้

              อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทาง หนึ่ง

                         สนใจติดต่อ 086 - 5862605  //053 842687 ท่านพระครูอาทรธรรมประโชติ เจ้าอาวาส วัดหนองบัว เมืองพระนิพพาน

                             เจริญพร...อนุโมทนา สาธุ...


 

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> เครื่องปรุงอาหารไทย >> ขมิ้นอบแห้ง >> ขมิ้นอบแห้ง ( Dried Turmeric )

ขมิ้นอบแห้ง  ( Dried Turmeric ) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ขมิ้นอบแห้ง  ( Dried Turmeric )

  Tell a Friend

ขมิ้นอบแห้ง ( Dried Turmeric )

รหัสสินค้า: 000021
รายละเอียด: ขมิ้น

ชื่ออื่น ๆ : ขมิ้นหัว,ขมิ้นแกง,ขมิ้นหยวก (เชียงใหม่) ขมิ้น (กลาง) หมิ้น,ขี้มิ้น (ภาคใต้) สะยอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ตา ยอ (กะเหรี่ยง-กำแพงเพชร)

ชื่อสามัญ : Turmeric,Curcuma

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma Longa Linn

วงศ์ : ZINGIBERACEAE

ลักษณะทั่วไป: ต้น: : เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดินมากเป็นพรรณไม้เดียวกันกับว่านหรือขิง มีลำต้นสูงประมาณ 50-70 ซม. เนื้อในจะมีสีเหลืองอมส้ม และมีกลิ่นหอม

ใบ : เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอกแกมขนานกัน กว้างประมาณ 8-10 ซม. และยาวประมาณ 30-40 ซม. ก้านใบยาวราวประมาณ 8-15 ซม. เป็นก้านใบแคบ ๆ มีร่องแผ่ครีออกเล็กน้อย หน้าแล้งใบนั้นจะแห้งเหลือเหง้าใต้ดินอยู่ ห้ามรดน้ำเพราะ ถ้าแฉะไปเหง้าก็จะเน่า แต่ถ้าฤดูฝน ฝนตกก็จะแทงต้นใหม่และออกดอก

ดอก : จะออกเป็นช่อใหญ่สวย ก้านช่อนั้นจะยาวพุ่งออกมาจากใต้ดิน ก้านช่อดอกมียาวประมาณ 5-8 ซม. ส่วนใบประดับสีเขียวอ่อน ๆ หรือ สีขาว ตรงปลายช่อดอกจะมีสีชมพูอ่อน จะจัดเรียงซ้อนกันอย่างระเบียบ ใบประดับ 1 ใบ จะมีดอกอยู่ 2 ดอก ใบประดับย่อยนั้นรูปขอบจะขนานยาว 3-3.5 ซม. กลีบรองกลีบดอกจะเชื่อมติดกันเป็นรูปท่อ มีขน กลีบดอกจะมีสีขาว ตรงโคนเชื่อมติดกันเป็นท่อยาว ปลายของมันจะแยกเป็น 3 ส่วน

เกสร : เกสรตัวผู้มีลักษณะคล้ายกลีบดอก มีขน ส่วนอับเรณูจะอยู่ใกล้ ๆ ปลาย ท่อเกสรตัวเมีย และ ยาว ยอดเกสรตัวเมียเป็นรูปปากแตร เกลี้ยง

รังไข่ : จะมีอยู่ 3 ช่อง แต่ละช่องนั้น จะมีไข่อ่อนอยู่ 2 ใบ

การขยายพันธุ์ : ก่อนที่จะปลูกควรทำการด้ายหญ้า เพื่อเป็นการกำจัดวัชพืชและทำการไถพรวนดิน มีความลึกประมาณ 20-30 ซม. แล้วปล่อยไว่นานหนึ่งอาทิตย์ ให้ดินแห้งเป็นการทำลายพวกแมลงและราบางชนิด หลังจากนั้นก็ทำการยกร่องให้สูงประมาณ 25 ซม. กว้าง 45-50 ซม. ท่อนพันธุ์ที่คัดปลูกควรจะมีอายุ 11-12 เดือน แล้วตัดเป็นท่อน ๆ โดยให้มีตาประมาณท่อนละ 1-2 ตา ก่อนที่จะลงมือปลูกควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยน้ำยาไดโฟลาแทน (Difolatan) เพื่อเป็นการป้องกันโรครากเน่า ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในร่องก่อนที่จะปลูก ควรจะปลูกต้นฤดูฝนราวพฤษภาคม ถ้าปลูกช้าฝนจะตกหนัก จะทำให้ขมิ้นที่ปลูกไว้เน่าตายได้ ระยะของการปลูก 900 ตารางเซนติเมตร หรือ 1225 ตารางเซนติเมตร ขุดหลุมลึกราว 6-8 เซนิเมตร หลังการปลูกได้ เจ็ดเดือน ขมิ้นจะเริ่มออกใบสีเหลือง แสดงว่าหัวของขมิ้นนั้นเริ่มแก่แล้ว ปล่อยทิ้งไว้ในแปลงจนกระทั่งมีอายุ 9-10 เดือนจึงทำการขุดได้

ส่วนที่ใช้ : เหง้าที่แก่จัด ใช้ทั้งสดและแห้ง เหง้าแห้งนิยมปนเป็นผง

สรรพคุณ : เหง้า ใช้รักษาแผลในลำไส้ เจริญอาหาร ขับลม คล้ายกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้ที่เกร็งตัว บรรเทาอาการวิงเวียน ไม่สบายมีฤทธิ์ต้านวัณโรค ระงับเชื้อ รักษาโรคผิวหนัง ดแก้หวัด ผื่นคัน เป็นยาบำรุง รักษากลากเกลื้อน ระงับอาการชัก ขับปัสสาวะ ลดไข้ ฆ่าเชื้อพยาธิ ป้องกันโรคหนองใน อาการฟกช้ำ รักษาแผลสด แก้ท้องขึ้น บรรเทาอาการท้องขึ้น ทำให้ผายลม รักษาไข้ผอมเหลือง ไข้ท้องมาน รักษาพิษ เสมหะและโลหิต ใช้เป็นยาขัดฟัน รักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาฟัน แก้หญิงที่ตกโลหิต รักษาโลหิตออกทางทวารหนักและโลหิต นอกจากจะใช้เดี่ยวๆ แล้วขมิ้นยังเป็นส่วยผสมของตำรับยาสมุนไพร รักษารคต่าง ๆ คือ เหง้าจะมีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว ใช้เป็นยาสมานแผลสดและแผลถลอก หรือใช้ผสมกับยานวดเพื่อเพื่อคลายเส้นยาคุมธาตุ รักษาเคล็ดขัดยอก รักษาชันนะตุในเด็ก บรรเทาอาการปวดฟัน และเหงือกบวม รักษาเคล็ดขัดยอก หรือน้ำกัดเท้า ส่วนในเหง้าขมิ้นนั้นจะมีสารสีเหลืองซึ่งเราเรียกว่า curcumin และ resin นอกจากนี้ยังมีน้ำมันระเหยประมาณ 5% ซึ่งประกอบด้วย borneol,camphene, zingerene,l.4cineol,sabinene และ phellandrene สารที่อยู่ภายใน หัวขมิ้นเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการทดสอบกรดบอริก ที่มีในผงชูรสปลอก ใบ ใช้ผสมกับยานวดเพื่อคลายเส้น ใช้ผสมเป็นยาอายุวัฒนะ รักษามะเร็ง ริดสีดวงทวารปวดมวนรักษาซาง และฝีดาษ และชักอาการไข้ รักษาผมที่หงอก ผมร่วง ผมคัน รักษามุตกิด ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาแผลโรคผิวหนังผื่นคันบำรุงผิว รักษาอาการท้องเดิน ปวดท้อง ธาตุพิการ อุจจาระเป็นมูกโลหิต ลดอาการบวม รักษาไข้ปวดหัวตัวร้อน สารพัดไข้ ปวดศีรษะ รักษากาฬ รักษาพิษสำแลง-ของแสลง รักษาฝี บิดตานทรวง ถ่ายท้อง ท้องเดิน ท้องร่วง ลดการขับปัสสาวะ รักษามูกโลหิต โลหิตเน่า ขับน้ำคาวปลา รักษาตานขโมย แมงเตียนกินรากผม เหา รังแค กษัย บำรุงโลหิต เจริญอาหาร ผสมกับยาต้มห้ามโลหิตจากทวารทั้ง 9 หรืออาเจียนเป็นโลหิต ผสมยารักษาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงน่ำนม เป็นฝาโรคหนองใน เบาขัด รักษาอาการลมวิงเวียน โรคปวดในข้อ โรคเหน็บชา คลื่นเหียนจุกเสียดและลมขึ้นสูง โรคประสาทผสมยาทาฝี รักษาแผลเรื้อรังเน่าร้าย ผอมแห้งอยู่ไฟไม่ได้ โรคกุฏฐัง ทำน้ำนมสตรีให้บริสุทธิ์ ขับปัสสาวะในสตรี รักษาอาการปวดบวมท้องขึ้นลงท้องอันเกิดจากวาโยธาตุกำเริบ

ตำรับยา : แง่งขมิ้น ให้ตัดเอาแง่งขมิ้นขนาดพอควรนำมาล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเจือน้ำสุกเท่าตัวนำมากินครั้งละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง หรือเติมเกลือเล็กน้อยให้กินง่ายขึ้น ใช้รักษาอาการท้องร่วง บิด ผงขมิ้น ให้ใช้ผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2-3 ช้อนโต๊ะ เอามาเคี่ยวด้วยไฟอ่อนแล้วคนให้ทั่วจนเป้นสีเหลือง แล้วใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผลหรือจะใช้ฟอกตามบริเวรที่เป็นแผลและยังใช้รักษาอาการเคล็ด หัวขมิ้น ให้นำหัวขมิ้นมาขูดเอาหนื้อขมิ้นทาบริเวณที่ยุงกัดจะทำให้หายคันและตุ่มจะยุบ

การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

ควรเก็บขมิ้นในช่วงที่พืชเจริญเติบโตเต็มที่ช่วงอายุ 9-11 เดือน ประมาณเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เพราะเหง้ามีความสมบูรณ์เต็มที่ มีความแกร่ง สามารถเก็บรักษาเหง้าสดไว้ในสภาพปกติได้นาน ห้ามเก็บเกี่ยวในระยะที่ขมิ้นชันเริ่มแตกหน่อ เพราะทำให้มีสารเคอร์คูมินต่ำ
คัดแยกและแง่งอออกจากกัน ตัดรากและส่วนต่าง ๆ ที่ไม่ต้องการทิ้ง อาจใช้แปรงช่วยขัดผิด คัดเลือกส่วนที่สมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลง นำมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง จากนั้นคัดแยกส่วนที่จะเก็บรักษาไว้ทำพันธุ์ต่อไป และส่วนของผลผลิตที่จะนำไปทำแห้ง

สารสำคัญ

เหง้าขมิ้นชันประกอบด้วยสารสำคัญประเภทเคอร์คูมินอยด์เป็นสารสีเหลือง ประกอบด้วยเคอร์คูมิน, เดสเมทอกซีเคอร์คูมิน และบิสเดส เมทอกซีเคอร์คูมิน และน้ำมันหอมระเหย มีสีเหลืองอ่อน มีสารสำคัญคือ เทอร์เมอโรน และซิงจีเบอรีน นอกจากนี้ ยังมีสารกลุ่มเซสควิเทอร์ปีน และโมโนเทอร์ปีน อื่น ๆ อีกหลายชนิด
ขมิ้นชันที่ดีต้องมีปริมาณเคอร์คูมินอยด์คำนวณเป็นเคอร์คูมินและน้ำมันหอมระเหย ไม่น้อยกว่า 5 % โดยน้ำหนัก และ 6% โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก ตามลำดับตามมาตรฐานของตำรับยาสมนุไพรของประเทศไทย หรือไม่น้อยกว่า 3% และ 4% ตามลำดับ ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
การศึกษาในสัตว์ทดลองหรือในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดหรือสารสำคัญของขมิ้นชันมีฤทธิ์ทางยาที่สำคัญพอสรุปได้ดังนี้
1. ฤทธิ์ขับน้ำดี กระตุ้นการขับน้ำดีทำให้การย่อยอาหารดีขึ้นช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด
2. ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้
3. ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
4. ฤทธิ์ลดการอักเสบ
5. ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและ antioxidant activity ของสารกลุ่มเคอร์คูมินนอยด์
6. ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์และต้านการเกิดมะเร็งจากการได้รับสารก่อมะเร็งที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ
7.ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
8.ฤทธิ์ต้านเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลาก

ประสิทธิผลในการรักษาโรคจากรายงานวิจัยทางคลินิก
1. บรรเทาอาการแน่นจุกเสียด และโรคแผลในกระเพาะอาหาร
- เมื่อผู้ป่วยที่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ รับประทานขมิ้นผงปริมาณ 500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน พบว่าจำนวนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหรือหายเท่ากับ 87 % ในกลุ่มขมิ้นชันและ 83 % ในกลุ่มที่ได้รับยาขับลม
- จากการทดลองให้ขมิ้นชัน 600 มิลิกรม วันละ 5 ครั้งในผู้ป่วย 25 รายที่มีแผลในทางเดินอาหารพบว่า 12 ราย (48%) แผลหายใน 4 สัปดาห์ และ 18 ราย (76%) แผลหายใน 12 สัปดาห์
2. ใช้รักษาแผล จากการทดลองใช้ขมิ้นชันลดการอักเสบของแผลภายหลังผ่าตัดพบว่าได้ผลใกล้เคียงกับยาเฟนนิลบิวตาโซน
3. ลดอาการอักเสบ ทดลองให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์รับประทานเคอร์คิวมิน 1,200 มิลลิกรัม/วัน เป็นเวลา 5-6 สัปดาห์ พบว่า อาการขัดตึงตามข้อตอนเช้าลดลง เดินได้นานขึ้นและการบวมตามข้อลดลง
4. ฤทธิ์ oxidative stress ในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เมื่อให้เคอร์คูมิน 500 มิลลิกรัม/วัน ติดต่อกัน 3 เดือน
5. ฤทธิ์ป้องกันยุง โลชั่นผสมน้ำขมิ้นชัน 2.5 % ป้องกันการกัดของยุงลายบ้านได้นาน 7 ชั่วโมง และป้องกันการกัดของยุงลายสวน ยุงก้นปล่อง และยุงรำคาญ ได้นาน 8 ชั่วโมง
6. ฤทธิ์รักษาสิว ผงขมิ้นชันทาหัวสิว ทำให้สิวยุบและหายเร็ว
ข้อห้ามใช้
ห้ามใช้ในผู้ป่วยเป็นนิ่วในถุงน้ำดี มีการอุดตันของท่อน้ำดีหรือผู้ที่แพ้ขมิ้นชัน (hy[ersensitvity)

ข้อควรระวัง
ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี สตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่ให้นมบุตรหากจะใช้ขมิ้นชันต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ นอกจากนี้ต้องระวังการใช้ในเด็กเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิผล และความปลอดภัย
อาการข้างเคียง
มีรายงานว่าขมิ้นชันอาจทำให้เกิดการแพ้ของผิวหนังได้ (allergic dermatitis)
ขนาดที่ใช้ และวิธีใช้
รักษาอาการแน่นจุกเสียด อาหารไม่ย่อย เป็นข้อบ่งใช้ที่มีรายงานการวิจัยทางคลินิกที่เป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลกและคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา
-รับประทานผงขมิ้นชันในขนาด 1.5-4 กรัม / วัน แบ่งให้วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน
-ใช้ผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน รับประทานหลังอาหารและก่อนนอนครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 4 เวลา หลังอาหารและก่อนนอน

หายไป

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
(c) 2001- . TARAD.com . All Rights Reserved.